หลายคน โดยเฉพาะคุณผู้หญิง อาจสงสัยว่า การกินยาคุมกำเนิดทำให้ผมร่วงจริงหรือไม่ คำตอบคือ… ขึ้นอยู่กับชนิดของยาคุมและปัจจัยของแต่ละคนครับ
ยาคุมกำเนิดมีกี่แบบ?
- ยาคุมแบบฮอร์โมนผสม → มีทั้ง เอสโตรเจน และ โปรเจสเตอโรน
- ยาคุมฮอร์โมนเดี่ยว → มีเฉพาะ โปรเจสเตอโรน
ฮอร์โมนเกี่ยวข้องกับเส้นผมอย่างไร?
- เอสโตรเจน → มีบทบาทช่วยให้เส้นผมอยู่ในระยะเจริญเติบโต (Anagen phase) ได้นานขึ้น ทำให้ผมดูหนาและร่วงน้อยลง
- โปรเจสเตอโรน → ขึ้นกับชนิดของโปรเจสเตอโรนที่ใช้ บางชนิดมีฤทธิ์คล้ายแอนโดรเจน (androgenic activity) ซึ่งอาจไปกระตุ้นให้เกิดผมร่วง โดยเฉพาะในผู้หญิงที่มี พันธุกรรมเสี่ยงผมบางแบบผู้ชาย (female pattern hair loss)
ทำไมผมถึงร่วงเมื่อใช้หรือหยุดยาคุม?
- ช่วงเริ่มใช้หรือหยุดยา → ฮอร์โมนในร่างกายเปลี่ยนแปลงรวดเร็ว ส่งผลให้รากผมที่อยู่ในระยะเจริญเติบโต (ซึ่งได้อิทธิพลจากเอสโตรเจน) เปลี่ยนเข้าสู่ระยะหยุดเติบโตพร้อม ๆ กัน เกิดเป็น ผมร่วงชั่วคราว (telogen effluvium)
- ระหว่างใช้ยา → บางรายอาจมีผมร่วงต่อเนื่อง หากใช้ยาคุมที่มีโปรเจสเตอโรนชนิดที่มีฤทธิ์กระตุ้นตัวรับแอนโดรเจน
ถ้ามีผมร่วงจากการใช้ยาคุม ควรทำอย่างไร?
- สังเกตอาการ – ส่วนใหญ่ผมร่วงจากยาคุมเป็นชั่วคราว และอาจดีขึ้นเอง
- ปรึกษาแพทย์ – หากผมร่วงมากผิดปกติ ควรปรึกษาแพทย์เพื่อตรวจหาสาเหตุให้แน่ชัด หากสงสัยว่าเป็นเพราะยาคุม อาจพิจารณาปรับเปลี่ยนยาให้เหมาะสม
- ดูแลรากผม – อาจเสริมด้วยการใช้ผลิตภัณฑ์กระตุ้นรากผม หรือการรักษาฟื้นฟูตามคำแนะนำของแพทย์
สรุป
- ยาคุมกำเนิด อาจ ทำให้ผมร่วงได้ โดยเฉพาะในผู้หญิงที่มีพันธุกรรมเสี่ยง และขึ้นกับชนิดของโปรเจสเตอโรนที่ใช้
- การร่วงอาจเกิดทั้งตอนเริ่มใช้ หยุดใช้ หรือระหว่างใช้ยา
- หากมีปัญหาผมร่วงมาก ควรพบแพทย์เพื่อปรับชนิดยาคุมและหาวิธีดูแลผมที่เหมาะสม
References
- Trueb, R. M. (2010). Hormonal contraceptives and hair loss. Dermato-Endocrinology, 2(1), 15–19.
- Olsen, E. A. (2001). Female pattern hair loss. Journal of the American Academy of Dermatology, 45(3), S70–S80.
Shapiro, J. (2007). Hair loss in women. New England Journal of Medicine, 357(16), 1620–1630.